การสำรวจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง แรงเสียดทาน

เนื้อหาบทความหลัก

พิชิต สามารถ
กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์
พันเทพ รัตนานุพงศ์
พชร ชูสกุล
แสงกฤช กลั่นบุศย์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบข้อสอบวัดมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงเสียดทาน และเพื่อสำรวจประเด็นมโนมติทางวิทยาศาสตร์ที่คลาดเคลื่อนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 73 คน ปีการศึกษา 2568 ผ่านแบบสำรวจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 ข้อ ครอบคลุม 2 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งแบบสำรวจผ่านการตรวจสอบคุณภาพและมีแบบทดสอบที่สามารถใช้ตรวจสอบมโนมติทางวิทยาศาสตร์ ได้ผลการสำรวจพบว่านักเรียนมีมโนมติทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 8 โดยนักเรียนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าพื้นที่ผิวสัมผัสมากส่งผลให้แรงเสียดทานสถิตมาก คิดเป็นร้อยละ 93 นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ประเด็นมโนมติทางวิทยาศาสตร์ที่คลาดเคลื่อน พบว่า สามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเด็น (1) ขนาดของแรงเสียดทานแปรผันตรงกับขนาดแรงที่กระทำตลอดเวลา (40%) (2) วัตถุที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น จะส่งผลให้มีแรงเสียดทานสถิตสูงสุดมากขึ้น (84%) (3) วัตถุที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น ขนาดมุมของพื้นเอียงทำให้วัตถุเริ่มเคลื่อนที่มากขึ้น (78%) (4) วัตถุที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น จะมีค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานสถิตมากขึ้น (53%) (5) เมื่อเพิ่มน้ำหนักของวัตถุ ขนาดมุมของพื้นเอียงทำให้วัตถุเริ่มเคลื่อนที่มากขึ้น (48%) และ (6) เมื่อเพิ่มน้ำหนักของวัตถุ จะส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานสถิตเพิ่มตาม (34%)

รายละเอียดบทความ

วิธีการอ้างอิง
การสำรวจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง แรงเสียดทาน. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 2(2-1), 394-410. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/888
ส่วน
บทความวิจัย

วิธีการอ้างอิง

การสำรวจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง แรงเสียดทาน. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 2(2-1), 394-410. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/888