การลดขยะบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดภูเก็ต
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
จังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านขยะอันส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ขยะเกิดขึ้นประมาณ 1,000-1,200 ตันต่อวัน ถูกจัดการโดยเตาเผาประมาณ 700 ตันต่อวัน และตกค้างประมาณ 500 ตันต่อวัน บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะแนวทางลดขยะจากบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียน แนวทางคือลดภาระปริมาณขยะก่อนเข้าสู่เตาเผาขยะ เช่น ไบโอพลาสติก ขวดไร้ฉลาก ลดขนาดวัสดุบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กินได้ และสินค้าไร้บรรจุภัณฑ์ จากนั้นแยกขยะออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกเผาได้ (ขยะพลังงาน) นำเข้าสู่เตาเผา ส่วนเกินกว่าศักยภาพของเตาเผาหากเป็นขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกควรนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า Upcycling plastic เช่น บดเม็ดพลาสติก เส้นใยพลาสติกเสื้อผ้า หลอมและอัดขึ้นรูปขยะพลาสติกเป็นวัสดุก่อสร้าง ไม้เทียม ก้อนอิฐ ผนังบ้าน การอัดก้อนเป็นขยะเชื้อเพลิง RDF รวมทั้งกระบวนไฟโรไลซิสเพื่อกลั่นน้ำมันดิบ ส่วนที่สองขยะอินทรีย์ซึ่งมีปริมาณครึ่งหนึ่งของขยะทั้งหมดก่อเกิดมลพิษทางอากาศ หากสภาพดีควรนำไปเป็นอาหารสัตว์ ส่วนที่เสียสภาพควรนำไปหมักทำปุ๋ย ผลิตก๊าซชีวภาพ หรืออบแห้งทำปุ๋ย และส่วนที่สามไม่ควรเผา ได้แก่ โลหะควรหลอมคืนรูปเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ ขวดแก้วควรบดผงทำทราย วัสดุก่อสร้างหรือถมเพิ่มพื้นที่เกาะภูเก็ต จะเห็นได้ว่าแนวทางที่เสนอแนะในบทความนี้จะส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต ส่งเสริมทางเลือกในการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดได้ และยังสอดคล้องกับเป้าหมายอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs 14 หากแต่ต้องใช้ความเข้าใจ การมีส่วนร่วม จากทุกฝ่ายอย่างสูงเพื่อให้เกาะภูเก็ตยังเป็นหมุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประเทศไทยต่อไป