ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชี ในจังหวัดปทุมธานี
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชี 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชี จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) ศึกษาปัจจัยการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ทำบัญชีในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 365 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test, F-test และ MRA
ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชีในจังหวัดปทุมธานี โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการลดข้อผิดพลาดในการบันทึกและประมวลผลข้อมูลอยู่ในระดับปานกลางเป็นลำดับแรก รองลงมาคือ ความรวดเร็วในการทำงาน ความถูกต้องของข้อมูลและรายงานบัญชี และคุณภาพของผลลัพธ์งานบัญชี 2) ผู้ทำบัญชีที่เพศต่างกันมีระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโดยรวมและด้านการลดข้อผิดพลาดในการบันทึกและประมวลผลข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนผู้ทำบัญชีอายุและประสบการณ์ทำงานต่างกันมีระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านคุณภาพของผลลัพธ์งานบัญชีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ปัจจัยการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลของผู้ทำบัญชีส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยุคดิจิทัลโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 เรียงตามลำดับมากไปน้อยได้แก่ ปัจจัยด้านความสามารถของระบบสารสนเทศทางการบัญชี (β= .345) ด้านความรู้ความเข้าใจทางเทคโนโลยีดิจิทัล (β= .267) ด้านการพัฒนาความรู้วิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (β= .209) และด้านการสนับสนุนจากผู้บริหาร (β= .126) ตามลำดับ