การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีในจังหวัดปทุมธานี
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบบัญชี ด้านการสนับสนุนการตัดสินใจ ด้านทักษะ ด้านประสิทธิภาพ และด้านคุณภาพ 2) เปรียบเทียบการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบ จำแนกตามเพศ อายุ ประสบการณ์ทำงาน และสถานภาพในการประกอบวิชาชีพ และ 3) เสนอแนะแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบบัญชี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยผู้สอบบัญชีในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่า t-test ,F-test และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Method)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ด้านการสนับสนุนการตัดสินใจ ด้านคุณภาพ และด้านทักษะ 2) ผลการเปรียบเทียบพบว่า ผู้สอบบัญชีที่เพศ อายุ ประสบการณ์ทำงานและสถานภาพในการประกอบวิชาชีพต่างกันมีระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบบัญชีโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่ามีความแตกต่างกันในด้านทักษะ ด้านประสิทธิภาพ และด้านคุณภาพ และ 3) ผู้สอบบัญชีควรใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีควบคู่กับวิจารณญาณทางวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับคุณภาพการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ