พฤติกรรมการออมของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในจังหวัดปทุมธานี
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพฤติกรรมการออมเงินของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ในจังหวัดปทุมธานี ในด้านความสม่ำเสมอในการออม ด้านการวางแผนและการตั้งเป้าหมายการออม ด้านการจัดสรรเงินและควบคุมการใช้จ่ายเพื่อการออม และด้านเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดการออม จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของนักศึกษา โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ตัวแทนนักศึกษา จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test, F-test และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Method)
ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีมีพฤติกรรมการออมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการวางแผนและการตั้งเป้าหมายการออม อยู่ในระดับปานกลางเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ด้านการจัดสรรเงินและควบคุมการใช้จ่ายเพื่อการออม ด้านความสม่ำเสมอในการออม และด้านเครื่องมือและเทคโนลียีที่ช่วยให้เกิดการออม ตามลำดับ และผลการเปรียบเทียบ พบว่า นักศึกษาที่ศึกษาอยู่คณะต่างกันมีพฤติกรรมการออมโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักศึกษาที่สถานภาพที่อยู่อาศัยต่างกันมีพฤติกรรมการออมโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05