ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดมูลนิธิคาทอลิก สุราษฎร์ธานี
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา 4) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหาร ครูของสถานศึกษา จำนวน 242 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970) โดยวิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิและสุ่มแบบง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง .80-1 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .986 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์สถิติการถดถอยพหุคูณ แบบ Stepwise
ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.480 โดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 2) การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.519 มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา มีความสัมพันธ์เชิงบวกอยู่ในระดับสูง (rxy=.880) กับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีของการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา ดังนี้ ปัจจัยด้านผู้ปกครองและชุมชน (X3) ปัจจัยด้านอาคารสถานที่ (X4) และปัจจัยด้านครูผู้สอน (X2) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ .888 สามารถพยากรณ์การบริหารงานวิชาการของโรงเรียน ได้ร้อยละ 78.63 ซึ่งสามารถเขียนสมการพยากรณ์ได้ดังนี้
สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบ
Y = .359X4 + .315X2 + .290X3 + .161
สมการในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน
Zy = .377ZX4 + .328ZX2 + .315ZX3