การบัญชีบริหารและการบริหารความเสี่ยงที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์กร ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในกรุงเทพมหานคร (SMEs)
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการบัญชีบริหาร การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิผลองค์กรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในกรุงเทพมหานคร (2) ศึกษาอิทธิพลของการบัญชีบริหารและการบริหารความเสี่ยงที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์กรของ SMEs ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ทำบัญชีในวิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ราย กำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane (1973) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย
ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการบัญชีบริหาร (x̄= 4.60, S.D. = 0.49) และการบริหารความเสี่ยง (x̄= 4.64, S.D. = 0.45) อยู่ในระดับมากที่สุดในภาพรวม ด้านประสิทธิผลองค์กร พบว่า ประสิทธิผลในการบริหารจัดการธุรกิจ (x̄= 4.70, S.D. = 0.45) ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ (x̄= 4.70, S.D. = 0.49) และความยั่งยืนและความได้เปรียบในการแข่งขัน (x̄= 4.67, S.D. = 0.47) อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นกัน
ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การบัญชีบริหารมีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิผลองค์กรของ SMEs อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.559, p < 0.001, R² = 0.312) และการบริหารความเสี่ยงมีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิผลองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.623, p < 0.001, R² = 0.389) โดยพบว่าการบริหารความเสี่ยงมีอิทธิพลสูงกว่าการบัญชีบริหาร แสดงให้เห็นว่าทั้งการใช้ข้อมูลทางบัญชีและการบริหารความเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิผลองค์กร โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงที่มีบทบาทโดดเด่นในบริบทของ SMEs