ปัจจัยที่ความสัมพันธ์กับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการเรียนการสอนของครูอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทัศนคติต่อการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสอน การสนับสนุนจากผู้บริหารและสถาบัน การเข้าถึงทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน การอบรมและพัฒนาครู และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสอน และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยดังกล่าวกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสอนของครูอาชีวศึกษาเอกชนกรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ครูอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 346 คนที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ในการจัดการเรียนการสอนของครูอาชีวศึกษาเอกชนกรุงเทพมหานครโดยรวมอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า ตัวแปรปัจจัยทุกตัวมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี เรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ ทัศนคติต่อการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสอนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ การสนับสนุนจากผู้บริหารและสถาบัน ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การอบรมและพัฒนาครู และการเข้าถึงทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ตัวแปรปัจจัยทุกตัวมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสอนของครูอาชีวศึกษาเอกชนกรุงเทพมหานครอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยปัจจัยการอบรมและพัฒนาครูมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันสูงที่สุด ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์สถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญกับการออกแบบและจัดโปรแกรมการอบรมและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ