การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกมะพร้าวน้ำหอม ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ต้นทุนการปลูกมะพร้าวน้ำหอม (2) วิเคราะห์ผลตอบแทนการปลูกมะพร้าวน้ำหอม และ (3) ศึกษาความคุ้มค่าทางการเงินของการลงทุนปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วซึ่งมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 50 ราย ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา รวมทั้งการวิเคราะห์กระแสเงินสด (Cash Flow Analysis) ภายใต้สมมติฐานอายุสวน 20 ปี และอัตราคิดลดร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ตามแนวทางของ Boardman et al. (2018)
ผลการศึกษาพบว่า (1) ด้านโครงสร้างต้นทุนการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 21,850 บาทต่อไร่ต่อปี โดยจำแนกเป็นต้นทุนวัตถุดิบ 9,420 บาท (ร้อยละ 43.1) ค่าแรงงาน 8,750 บาท (ร้อยละ 40.0) และค่าใช้จ่ายการผลิต 3,680 บาท (ร้อยละ 16.9) โดยต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานรวมกันคิดเป็นร้อยละ 83.1 ของต้นทุนทั้งหมด (2) ด้านผลตอบแทนการปลูกมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรมีผลผลิตเฉลี่ย 5,200 ลูกต่อไร่ต่อปี ราคาจำหน่ายเฉลี่ย 11.20 บาทต่อลูก ส่งผลให้มีรายได้รวมเฉลี่ย 58,240 บาทต่อไร่ต่อปี และรายได้สุทธิเฉลี่ย 36,390 บาทต่อไร่ต่อปี (3) ด้านความคุ้มค่าทางการเงิน พบว่า มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 184,500 บาทต่อไร่ อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 18.6 อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) เท่ากับ 1.84 เท่า และระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 5.2 ปี
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ศึกษามีความคุ้มค่าและสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวภายใต้สมมติฐานที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาผลผลิตและต้นทุนปัจจัยการผลิตยังคงเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่ควรได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ งานวิจัยนี้
จึงเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถใช้สนับสนุนการวางแผนการผลิต การตัดสินใจลงทุน และการกำหนดนโยบายพัฒนาภาคเกษตรในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม