การลดต้นทุนกิ๊บล็อคสายรัดในกระบวนการตัดเหล็กม้วนและบรรจุภัณฑ์
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศเกิดการแข่งขันกันสูงขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็ก
ที่เติบโตขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องศึกษาหาแนวทางในการลดต้นทุน
ในกระบวนการผลิต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสร้างกิ๊บล็อคสายรัดที่จะนำมาใช้ในกระบวนการผลิตแทนการสั่งซื้อจากภายนอก โดยศึกษาความแข็งแรงของวัสดุที่จะนำมาใช้ในการปั๊มขึ้นรูปเป็นกิ๊บล็อคสายรัด โดยนำของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตนั้นมาผลิตเป็นกิ๊บล็อคสายรัด สำหรับเหล็กที่จะนำมาทดสอบนั้นมี 3 ชนิดคือ Color Galvanized (CG Steel), Electro Galvanizing (EG Steel), Pre Galvanized (GI Steel)
ผลจากการทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ 3 ชนิด คือ Color Galvanized (CG Steel), Electro Galvanizing (EG Steel), Pre Galvanized (GI Steel) นั้นพบว่า Color Galvanized (CG Steel) มีค่าความยืด (Elongation) สูงสุด 50.3% เหล็กชนิด Pre Galvanized (GI Steel) มีค่าความยืด (Elongation) 49.5% และเหล็กชนิด Electro Galvanizing (EG Steel) มีค่าความยืด (Elongation) ต่ำสุด 44.7% จึงทำให้ เลือกเหล็กชนิด Color Galvanized (CG Steel) โดยการเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการสั่งซื้อกิ๊บล็อคสายรัดจากภายนอก กับจัดสร้างกิ๊บล็อคสายรัดนำมาใช้ในกระบวนการผลิตภายในบริษัทนั้นมีต้นทุนต่างกันดังนี้ สั่งซื้อกิ๊บล็อคสายรัดจากภายนอก ราคา 0.5 บาทต่อชิ้น ส่วนจัดสร้างกิ๊บล็อคสายรัดภายในบริษัท ราคา 0.1475 บาทต่อชิ้น ทำให้การจัดสร้างกิ๊บล็อคสายรัดภายในบริษัทสามารถลดต้นทุนไปได้ถึง 0.3525 บาทต่อชิ้น