ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดโพลยาร่วมกับเทคนิคบาร์โมเดลต่อความสามารถในการแก้ปัญหาการบวก–ลบจำนวนนับมากกว่า 100,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลพิบูลสวัสดี จังหวัดภูเก็ต
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนโดยกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนเทศบาลพิบูลสวัสดี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 34 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 10 แผน (10 ชั่วโมง) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาแบบเขียนตอบ 5 ข้อ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเฉลี่ยหนึ่งกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ และการทดสอบทีแบบจับคู่เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อน–หลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาเฉลี่ย 43.71 จาก 50 คะแนน (ร้อยละ 87.41) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณาตามขั้นตอนของโพลยานักเรียนสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของโพลยาได้อย่างถูกต้อง และ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 11.85 เป็น 16.85 คะแนน (คะแนนเต็ม 20)