ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาจำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดของสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 291 คน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยใช้อำเภอที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นชั้นของการแบ่ง และสุ่มอย่างง่าย (Sample random sampling) โดยวิธีการจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
- ผลการศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการกำกับติดตามความ
ก้าวหน้าของนักเรียน รองลงมาคือด้านการพัฒนาวิชาชีพ ด้านการนิเทศการเรียนการสอน และด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และพันธกิจของโรงเรียน ตามลำดับ - ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามเพศของครูผู้ให้ข้อมูล พบว่า ภาวะผู้นำทางวิชาการโดยรวมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะด้านการนิเทศการเรียนการสอน และด้านการกำกับติดตามความก้าวหน้าของนักเรียน ขณะที่การเปรียบเทียบจำแนกตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดของสถานศึกษา ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งโดยรวมและรายด้าน
- แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และพันธกิจทางวิชาการยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมความร่วมมือ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของครูและผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ควรพัฒนาระบบการนิเทศเชิงบวกและเป็นกัลยาณมิตร การให้คำปรึกษา และการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการนิเทศ และการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และใช้ผลการประเมินเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน