ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ชลบุรี ระยอง
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดดังกล่าว กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 366 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Stratified random sampling) จำแนกตามขนาดสถานศึกษา และสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ ได้แก่การหาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบที (t-test) การทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง โดยภาพรวมและรายด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านวิสัยทัศน์และจินตนาการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ตามอันดับ 2)ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง พบว่า ครูที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความคิดเห็นแตกต่างกันในด้านความยืดหยุ่นและการปรับตัว ด้านการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ สำหรับครูที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยครูที่มีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี ขึ้นไป มีความเห็นว่าผู้บริหารมีภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์สูงกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์ 5-10 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ พบว่า ระดับการศึกษาที่ต่างกัน โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01และประสบการณ์ทำงานที่ต่างกัน โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 3) ผลการวิเคราะห์แนวทางภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาพบว่า วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ที่บูรณาการข้อมูลเทรนด์โลกและภาคเอกชนเพื่อออกแบบหลักสูตรเชื่อมโยงโลกการทำงานจริงความยืดหยุ่นเชิงพลวัต ด้วยการบริหาร
แบบอไจล์ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยาในการทดลองนวัตกรรมการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการคิดร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อเปลี่ยนอุปสรรคเป็นโอกาสการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นกระบวนการคิดมากกว่าผลสัมฤทธิ์ระยะสั้น