การมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษาในอำเภอเมืองสระแก้ว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษาในอำเภอเมืองสระแก้ว 2) เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณ โดยจำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม-ศึกษาสระแก้ว เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568 จำนวน 237 คน กำหนดตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Kregcie & Morgan,1970,p.608) การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified sampling) และสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) มีค่าความสอดคล้องดัชนีอยู่ระหว่าง 0.60-1 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test Independent Samples)และการทดสอบค่าเอฟ (F-test Independent Samples)และวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe)
ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบตามเพศ พบว่าครูที่มีเพศต่างกันมีส่วนร่วมในการบริหารงานงบประมาณโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะด้านการบริหารทางการเงินและการควบคุมงบประมาณ และด้านการรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงาน สำหรับครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน พบว่าการมีส่วนร่วมในการบริหารงานงบประมาณโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ดังนั่นประสบการณ์การทำงานต่างกัน พบว่าการมีส่วนร่วมโดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่บางด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา
ควรมุ่งเน้นการบริหารงานงบประมาณแบบมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ครูทุกฝ่ายมีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ การวางแผน การดำเนินงาน การติดตามประเมินผล และการรายงานผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา