ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา กับการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพ-มหานคร จำนวน 239 คน ซึ่งได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของยามาเน่ (Yamane) และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้ขนาดสถานศึกษาเป็นชั้นภูมิ จากนั้นทำการเทียบสัดส่วนและสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง .80-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .929 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.41 ,S.D. = 0.395) โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.43, S.D. = 0.507) รองลงมา คือ การสร้างแรงบันดาลใจมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.41, S.D. = 0.429) การกระตุ้นทางปัญญามีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.40, S.D. = 0.439) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.38, S.D. = 0.468) ตามลำดับ 2) การทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.33, S.D. = 0.349) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การมีความร่วมมือมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.46, S.D. = 0.595) รองลงมา คือ การติดต่อสื่อสารมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.45, S.D. = 0.454) ด้านการประสานงานมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.26, S.D. = 0.428) และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.23, S.D. = 0.519) ตามลำดับ 3) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษามีความ-สัมพันธ์กับการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในระดับสูง และมีความสัมพันธ์เชิงบวกอยู่ในระดับสูง (r = .806) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01