ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา 2) ศึกษาประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครู จำนวน 298 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซีและมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง .60-1 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .988 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านความคิดสร้างสรรค์ รองลงมาคือ ด้านจินตนาการ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือด้านความยืดหยุ่น 2) ประสิทธิผลของโรงเรียนโดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือความสามารถในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาสถานศึกษา รองลงมาคือ ความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้มีทัศนคติเชิงบวก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ความสามารถ
ในการแก้ปัญหาภายในสถานศึกษา 3) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของโรงเรียน พบว่ามีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านจินตนาการมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลในระดับสูง และเมื่อพิจารณารายด้านของประสิทธิผลพบว่า ด้านความสามารถในการแก้ปัญหาภายในสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลสูงที่สุด ซึ่งสะท้อน
ว่าการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบโดยใช้ความคิดริเริ่มเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของสถานศึกษาอย่างยั่งยืนโดยผู้บริหารควรพัฒนาความยืดหยุ่นในการบริหาร สื่อสารวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน และส่งเสริมครูให้ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมการสอนเชิงรุกเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน