ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหาร
งานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 2) ศึกษาระดับประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และ 4) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จำนวน 193 คน ได้จากการเปิดตารางของเครจซี่และมอร์แกนที่ระดับนัยสำคัญ .05 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ ค่าความเทียงตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.8-1.0 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ เท่ากับ .931 และด้านประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ เท่ากับ .892 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิเคราะห์สมการพยากร
ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ (rxtotal = .318) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ตัวแปรพยากรณ์ของประสิทธิผลของการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด พบว่า มี 1 ตัวแปร คือ ปัจจัยด้านการจูงใจ ซึ่งสามารถเขียนเป็นสมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ดังนี้
Y = 2.911 + 0.154 (X5)
ZY = 0.298 (ZX5)