การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มนิคมพัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1

เนื้อหาบทความหลัก

กมลรัตน์ ผลทาเลิศ
ประเสริฐ ประวัติรุ่งเรือง
สมนึก การีเวท

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 2) เพื่อเปรียบเทียบการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาจำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง ขนาดของสถานศึกษาวุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน และ 3) เพื่อศึกษาแนวทาง
การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มนิคมพัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970: 608) สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (stratified random sampling) โดยใช้ขนาดโรงเรียนเป็นชั้นภูมิ แล้วจึงสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) จำนวน 194 คน เป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 19 คน และครู จำนวน 175 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ 0.982 และแบบสัมภาษณ์ โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 5 คน วิเคราะห์โดยการตีความในรูปของการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแล้วบรรยายวิเคราะห์เป็นความเรียง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยใช้วิธีการตรวจสอบความแตกต่างของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Method)


          ผลการวิจัย พบว่า 1) การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มนิคมพัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านมีความคิดเห็น
อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.64, S.D. = 0.378) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (x̄= 4.72, S.D. = 0.387) รองลงมาคือ ด้านการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา (x̄= 4.68, S.D. = 0.409) ด้านการติดตามและการดำเนินการ (x̄= 4.66, S.D. = 0.429) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการดำเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.57, S.D. = 0.479) ตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง ภาพรวมไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ด้านการติดตามและการดำเนินการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา พบว่า ภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยด้านการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการประเมินผลและการตรวจสอบ ด้านการติดตามและการดำเนินการ และด้านการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ส่วนด้านการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา และด้านการดำเนินการตามแผน
พัฒนาการจัดการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำแนกตามวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน พบว่า ภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 3) แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ควรดำเนินการ ดังนี้ เน้นความร่วมมือของผู้บริหาร ครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน กำหนดค่าเป้าหมายที่ท้าทายและเป็นไปได้ ควรนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารจัดการฐานข้อมูล พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

รายละเอียดบทความ

วิธีการอ้างอิง
การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มนิคมพัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 3(1), 83-99. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/483
ส่วน
บทความวิจัย

วิธีการอ้างอิง

การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มนิคมพัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 3(1), 83-99. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/483