การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในสถานศึกษาอำเภอสามโคก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูจำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในสถานศึกษารัฐบาล อำเภอสามโคก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 จำนวน 146 คน โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan. 1970) โดยสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามขนาดสถานศึกษา และสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80-1.00 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .94 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1. การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา รองลงมาคือ ด้านการส่งต่อ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการส่งเสริมและพัฒนา และค่าเฉลี่ยต่ำสุด ด้านการคัดกรอง 2. การเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามจำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานและขนาดสถานศึกษา พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตามเพศ และระดับ .01 ตามระดับการศึกษา ส่วนประสบการณ์ทำงานและขนาดสถานศึกษาไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางพัฒนาควรดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยพัฒนาฐานข้อมูลและกระบวนการคัดกรองให้ชัดเจน จำแนกกลุ่มผู้เรียนอย่างเหมาะสม และจัดทำแผนช่วยเหลือรายบุคคลควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการศึกษา