การพัฒนาระบบสารสนเทศทางการเงินส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน LINE

เนื้อหาบทความหลัก

ศิริโชติ พลอยแดง
เมธา สาระเดช
พุทธินันท์ นาคสุข

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศทางการเงินส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อบันทึกข้อมูลรายรับ-รายจ่ายในชีวิตประจำวัน จึงได้ดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแชทบอทเป็นส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน ทำงานร่วมกับระบบตัวกลางสำหรับการประมวลผลข้อมูลแบบอัตโนมัติ ผ่านแพลตฟอร์ม Make.com ซึ่งทำหน้าที่สกัดและแยกแยะเงื่อนไขของข้อมูลอย่างเป็นระบบ และนำไปจัดเก็บลง Google Sheets กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นบุคคลทั่วไปที่ได้มาจากการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 30 คน ที่มีคุณลักษณะใช้แอปพลิเคชัน LINE เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) ระบบแชทบอทผ่านบัญชีทางการของไลน์ (LINE Official Account Chatbot) แพลตฟอร์ม Make.com สำหรับเชื่อมต่อการทำงานอัตโนมัติ และระบบจัดการฐานข้อมูลบนระบบคลาวด์ (Cloud-based Database Management System) ด้วยแอปพลิเคชัน Google Sheets 2) แบบประเมินคุณภาพของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่า ระบบสามารถรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายส่วนบุคคลได้อย่างเป็นระบบ โดยสามารถสรุปข้อมูลสำคัญ เช่น ยอดรวมรายรับ ยอดรวมรายจ่าย และสรุปยอดรวมทั้งหมด โดยมีผลการประเมินประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.13 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.63 และได้รับการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน จำนวน 30 คน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.26 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.61 ซึ่งสามารถนำระบบไปใช้ในการบันทึกรายรับ รายจ่าย และสรุปข้อมูลในชีวิตประจำวันได้อย่างง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดบทความ

วิธีการอ้างอิง
การพัฒนาระบบสารสนเทศทางการเงินส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน LINE. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 2(2-2), 254-266. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/466
ส่วน
บทความวิจัย

วิธีการอ้างอิง

การพัฒนาระบบสารสนเทศทางการเงินส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน LINE. (2026). การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 16, 2(2-2), 254-266. https://benjamit.thonburi-u.ac.th/ojs/index.php/bmv16/article/view/466