การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในเครือข่ายแกลงบูรพา สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคล และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ข้าราชการครูในเครือข่ายแกลงบูรพา จำนวน 113 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.60-1 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .661 และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
- การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในเครือข่ายแกลงบูรพา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
- ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคล จำแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า เมื่อจำแนกตามเพศและขนาดโรงเรียนไม่แตกต่างกัน แต่ตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และประสบการณ์การทำงานพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
- แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในเครือข่ายแกลงบูรพา สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรที่โดดเด่นด้านการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมือนครอบครัว ซึ่งส่งผลดีในเชิงประจักษ์ต่อการสร้างขวัญกำลังใจและการรักษาบุคลากรไว้ในองค์กร อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวก็นำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ กล่าวคือ สถานศึกษาควรมีการพัฒนาระบบการกำกับติดตามและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ให้มีความเป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาดุลยพินิจส่วนบุคคลและสร้างความยั่งยืนในการบริหารทรัพยากรบุคคลในระยะยาว