ทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์และการรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่พยากรณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์ การรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร 2) ศึกษาความสัมพันธ์ทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร 3) ศึกษาความสัมพันธ์การรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร 4) พยากรณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากรด้วยทัศนคติต่อปัญญา
ประดิษฐ์และการรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 317 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*Power แล้วทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์อยู่ในระดับดีที่สุด การรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานอยู่ในระดับมาก 2) ทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์มีความสัมพันธ์กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร (r = .781) 3) การรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์มีความสัมพันธ์กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากร (r = .813) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์กับการรับรู้ความสามารถของตนเองในการใช้ปัญญาประดิษฐ์สามารถร่วมกันพยากรณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานของบุคลากรได้ร้อยละ 69.9 (R2 = .699) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01