การมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูผู้สอน ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เนื้อหาบทความหลัก
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูในสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูในสถานศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานและขนาดของสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูจำนวน 241 คน โดยใช้ตารางกำหนดกลุ่มตัวอย่างของทาโร่ ยามาเน่ และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง .80-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.964 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) การมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา รองลงมาคือ การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การวัดผล ประเมินผล และเทียบโอนผลการเรียน ตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูผู้สอนในสถานศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานและขนาดของสถานศึกษาโดยภาพรวมมีความแตกต่างกัน 3) แนวทางการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของครูในสถานศึกษา ควรดำเนินการ ดังนี้ ด้านการวัดผล ประเมินผล และเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาควรกำหนดนโยบายการประเมินที่หลากหลาย โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้การวัดและประเมินผลเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้อง โดยควรจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารและครูในการกำหนดเกณฑ์การประเมิน